Page 71 - รายงานประจำปี 2563 เขตสุขภาพที่ 8
P. 71
2.5 สรุปผลการด าเนินงานการบริหารการเงินการคลัง ปีงบประมาณ 2563
กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดท าแผนยุทธศาสตร์ เพื่อขับเคลื่อนและสร้างความเข้าใจร่วมกันให้แก่ทุกหน่วยงาน
ในสังกัด ให้น าแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อบรรลุ
เป้าหมาย “ประชาชนสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน” มีการถ่ายทอดตัวชี้วัดนโยบายส าคัญของ
กระทรวง ตัวชี้วัดตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (4 Excellence) ซึ่งประเด็นที่ 4 Governance Excellence พัฒนา
ระบบบริหารจัดการเพื่อสนับสนุนการจัดบริการสุขภาพ ในส่วนการบริหารจัดการด้านการเงินการคลังสุขภาพ
มุ่งเน้น 5 มาตรการ ที่ส าคัญ คือ การจัดสรรงบประมาณให้หน่วยบริการอย่างเพียงพอ (Sufficient Allocation)
ติดตามก ากับด้วยแผนทางการเงิน (Planfin Management) สร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการ (Efficient
Management) พัฒนาการบริหารระบบบัญชี (Accounting Management) พัฒนาเครือข่ายและศักยภาพบุคลากร
ด้านการเงินการคลัง (Network & Capacity Building) โดยมีผลลัพธ์ที่ต้องการในปี 2563 คือ ร้อยละของหน่วย
บริการที่ประสบภาวะวิกฤติทางการเงินระดับ 7 ไม่เกินร้อยละ 4 ระดับ 6 ไม่เกินร้อยละ 8
หน่วยบริการสังกัดส านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในเขตสุขภาพที่ 8 ยังคงมีความเสี่ยงทางการเงิน มี
ปัญหาขาดสภาพคล่อง เงินบ ารุงคงเหลือลดลงและภาระหนี้สินเพิ่มขึ้น ต้องมีการติดตามเฝ้าระวังปัญหาอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มสถานการณ์การเงินการคลังของโรงพยาบาลในเขตสุขภาพที่ 8 ปี 2557-2559 พบว่า โรงพยาบาลที่มีความ
เสี่ยงขาดสภาพคล่อง Risk Score ระดับ 7 เป็นกลุ่มโรงพยาบาลขนาดเล็ก ขนาด 10-30 เตียง และมีจ านวนประชากร
UC น้อยกว่า 30,000 คน ต่อมาเมื่อมีการออกแบบหลักเกณฑ์ แนวทางการบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพ
แห่งชาติ ปี 2560 ค านวณการจัดสรรงบ Basic Payment กองทุนผู้ป่วยนอก (OP) กองทุนสร้างเสริมสุขภาพและ
ป้องกันโรค (PP) ด้วย Step Ladder ตามจ านวนประชากร UC และค านวณการจัดสรรงบกองทุนผู้ป่วยในทั่วไป (IP)
ด้วยค่า K Factor ท าให้โรงพยาบาลขนาดเล็ก ประชากรเบาบางมีสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้น แต่แนวโน้มความเสี่ยง
ขาดสภาพคล่องมีเพิ่มขึ้นในโรงพยาบาลขนาดกลาง ที่มีประชากร UC มากกว่า 30,000 คน ปัจจัยที่ท าให้เกิดปัญหา
ทางการเงินมาจากหลายสาเหตุ ได้แก่ งบประมาณที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอโดยเฉพาะในพื้นที่เฉพาะ ทุรกันดาร
ประชากรเบาบางห่างไกล การบริหารจัดการประสิทธิภาพการเงินการคลัง ผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าแรง
ค่าตอบแทน ท าให้ส่งผลกระทบต่องบด าเนินงานประจ าของหน่วยงาน หน่วยบริการต้องมีการวางระบบการควบคุม
ภายใน การวางแผนทางการเงิน Planfin และแผนเงินบ ารุง เพื่อระมัดระวังในการใช้จ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะการ
ลงทุนให้เหมาะสม
งบประมาณของหน่วยบริการส่วนใหญ่มาจากเงินกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในปีงบประมาณ
2560-2563 คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบ ให้กันเงินไว้ปรับเกลี่ยจากรายรับค่าบริการ
ผู้ป่วยนอกทั่วไป ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคส าหรับบริการพื้นฐาน และค่าบริการผู้ป่วยในทั่วไป ของ
หน่วยบริการสังกัดส านักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ส าหรับการบริหารจัดการระดับประเทศ/เขต/จังหวัด และการ
ปรับเกลี่ยรายรับของแต่ละหน่วยบริการ (CUP) ภายใต้เงื่อนไขการจ่ายแบบขั้นบันได (Step ladder) ตามจ านวนผู้มี
สิทธิส าหรับบริการผู้ป่วยนอกทั่วไป และค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคส าหรับบริการพื้นฐาน และการ
เพิ่มค่าถ่วงน้ าหนักบริการผู้ป่วยใน (K Factor) ตามกลุ่มระดับหน่วยบริการ
เขตสุขภาพที่ 8 มีการพัฒนาประสิทธิภาพบริหารการเงินการคลัง ของหน่วยบริการ มาอย่างต่อเนื่องมี
มาตรการในการด าเนินงาน บันได 4 ขั้น เพื่อเฝ้าระวังความเสี่ยงทางด้านการเงินการคลัง และมีโครงการเพิ่ม
ประสิทธิภาพหน่วยบริการที่มีปัญหาวิกฤติด้านการเงิน ด าเนินการ 4 ระยะ โดยมีเป้าหมายคือหน่วยบริการขาดสภาพ
คล่องต้องอยู่ภายใต้การบริหารจัดการที่ดี (Good Governance)
รายงานประจ าปี 2563 ส านักงานเขตสุขภาพที่ 8 หน้า 70

